เงินเดือนเท่านี้ควรกู้เท่าไหร่ คำนวณวงเงินสินเชื่อออนไลน์

27 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เงินเดือนเท่านี้ควรกู้เท่าไหร่ คำนวณวงเงินสินเชื่อออนไลน์

  เคยไหม... อยากได้เงินก้อนมาหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง หรือสานฝันทำธุรกิจ แต่พอจะกดสมัครสินเชื่อกลับเกิดคำถามในหัวว่า เงินเดือนอย่างเรา จะกู้ได้เท่าไหร่กันแน่ หรือ กู้ผ่านแล้ว จะผ่อนไหวไหม?
  หลายคนตื่นเต้นกับตัวเลขวงเงินสูงสุดที่ธนาคารโฆษณา แต่ในความเป็นจริง ธนาคารไม่ได้ดูแค่รายได้ของคุณเท่านั้น แต่เขามีวิธีคิดคำนวณวงเงินสินเชื่อที่ละเอียดอ่อน เพื่อดูความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ วันนี้เราจะพามาเจาะลึกวิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำเทคนิคการใช้เครื่องมือ คำนวณวงเงินสินเชื่อออนไลน์ เพื่อให้คุณวางแผนกู้เงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไม่สร้างภาระเกินตัว


ทำความรู้จัก DSR (Debt Service Ratio) เข็มทิศที่ธนาคารใช้ตัดสินวงเงินกู้

  ก่อนที่คุณจะลอง คำนวณวงเงินสินเชื่อออนไลน์ สิ่งแรกที่ต้องรู้จักคือคำว่า DSR (Debt Service Ratio) หรืออัตราส่วนภาระหนี้สินต่อรายได้ นี่คือตัวเลขสำคัญที่สุดที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาว่าคุณควรกู้ได้เท่าไหร่

  • DSR คือการเปรียบเทียบภาระหนี้ที่คุณต้องจ่ายในแต่ละเดือน กับรายได้สุทธิของคุณ
  • เพดาน DSR ที่ปลอดภัย สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะกำหนดภาระหนี้รวมทั้งหมด (รวมหนี้บ้าน หนี้รถ บัตรเครดิต และสินเชื่อใหม่ที่กำลังจะกู้) ไม่ให้เกิน 30% - 40% ของรายได้ต่อเดือน สำหรับผู้มีรายได้ปานกลาง และอาจขยับได้ถึง 50% - 70% สำหรับผู้มีรายได้สูง
  • ทำไมต้องมีเพดาน DSR? เพราะสถาบันการเงินต้องการให้คุณเหลือเงินอีก 50% - 70% ไว้ใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และเงินออมเผื่อฉุกเฉิน


สูตรคำนวณภาระหนี้สูงสุดที่คุณผ่อนไหว (คิดเองได้ใน 3 ขั้นตอน)

  หากคุณอยากประเมินตัวเองเบื้องต้นก่อนไปกดใช้โปรแกรม คำนวณวงเงินสินเชื่อออนไลน์ สามารถลองคำนวณตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 คำนวณรายได้สุทธิประจำเดือน ใช้นำเงินเดือนพื้นฐาน บวกกับรายได้คงที่อื่นๆ (ที่สุจริตและมีหลักฐานชัดเจน เช่น สลิปเงินเดือน หรือรายการเดินบัญชี)
  • ขั้นตอนที่ 2 หาค่างวดสูงสุดที่ผ่อนได้ต่อเดือน (อิง DSR 40%) นำ [รายได้สุทธิ x 40%] จะได้เป็น "ยอดผ่อนชำระรวมสูงสุดที่ยอมรับได้"
  • ขั้นตอนที่ 3 หักลบภาระหนี้เดิม นำยอดจากขั้นตอนที่ 2 มาหักภาระหนี้คงค้างในปัจจุบัน เช่น ค่างวดรถยนต์ ค่างวดบ้าน หรือยอดผ่อนสินค้าผ่านบัตรเครดิต ผลลัพธ์ที่ได้ คือ "ค่างวดสูงสุดของสินเชื่อใหม่" ที่คุณสามารถผ่อนชำระได้ต่อเดือน


เงินเดือนเท่านี้ กู้สินเชื่อได้ประมาณเท่าไหร่ (เปรียบเทียบตามฐานเงินเดือน)

  เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการประเมินวงเงินกู้สินเชื่อส่วนบุคคลเบื้องต้น โดยอ้างอิงจากเกณฑ์มาตรฐานของสถาบันการเงิน (คิดที่อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระทั่วไป)

  • กลุ่มเงินเดือน 15,000 – 20,000 บาท ตามเกณฑ์ของแบงก์ชาติ สินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท มักจะได้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ ดังนั้น วงเงินกู้ที่เป็นไปได้จะอยู่ที่ประมาณ 22,500 – 30,000 บาท โดยมียอดผ่อนชำระต่อเดือนที่เหมาะสมไม่เกิน 3,000 – 4,000 บาท เพื่อไม่ให้กระทบกับการดำรงชีพ
  • กลุ่มเงินเดือน 30,000 – 50,000 บาท เมื่อรายได้ก้าวเข้าสู่ระดับ 30,000 บาทขึ้นไป สถาบันการเงินอาจอนุมัติวงเงินสูงสุดได้ถึง 3 – 5 เท่าของรายได้ (ขึ้นอยู่กับประวัติเครดิต) วงเงินกู้ประเมินจึงอยู่ที่ประมาณ 90,000 – 250,000 บาท โดยมียอดผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 8,000 – 15,000 บาท (หากไม่มีภาระหนี้เดิม)
  • กลุ่มเงินเดือน 50,000 บาทขึ้นไป กลุ่มนี้มีความยืดหยุ่นสูง มีโอกาสได้รับวงเงินกู้สูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือประมาณ 250,000 – 1,000,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความมั่นคงของสายงาน ประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโร และภาระหนี้คงเหลือในระบบ


ข้อดีของการใช้เครื่องมือ คำนวณวงเงินสินเชื่อออนไลน์

  ยุคนี้คุณไม่จำเป็นต้องนั่งกดเครื่องคิดเลขหรือเดาตัวเลขเอาเอง เพราะเทคโนโลยี สินเชื่อออนไลน์ มีเครื่องมือคำนวณอัตโนมัติที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ

  • ประหยัดเวลา รู้ผลประเมินทันที เพียงกรอกเงินเดือน ภาระหนี้ปัจจุบัน และระยะเวลาที่ต้องการผ่อน ระบบจะคำนวณวงเงินและค่างวดคร่าวๆ ให้ทันทีในไม่กี่วินาที
  • ช่วยวางแผนการเงินล่วงหน้า คุณสามารถทดลองปรับเพิ่ม-ลด จำนวนเงินกู้ หรือระยะเวลาผ่อน เพื่อหาจุดที่ลงตัวที่สุดกับสภาพคล่องของคุณ
  • ลดความเสี่ยงเสียประวัติกู้ไม่ผ่าน การยื่นกู้โดยไม่ประเมินตัวเองก่อน อาจทำให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อ ซึ่งส่งผลต่อคะแนนเครดิต การทดลองคำนวณก่อนจึงช่วยให้คุณยื่นกู้ในวงเงินที่มีโอกาสผ่านสูงกว่า


เทคนิคเตรียมตัวสมัครสินเชื่อออนไลน์ให้ผ่านง่ายในรอบเดียว

  เมื่อคำนวณวงเงินที่เหมาะสมได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมตัวยื่นขอ สินเชื่อออนไลน์ ให้มีโอกาสอนุมัติสูงที่สุด

  • รักษาประวัติในเครดิตบูโรให้คลีน จ่ายค่างวดตรงเวลา ไม่เคยเบี้ยวหนี้หรือค้างชำระเกิน 30 วัน
  • เดินบัญชีให้สวยงาม (Bank Statement) มีเงินหมุนเวียนสม่ำเสมอ และพยายามคงเงินเหลือติดบัญชีไว้บ้าง ไม่ใช่ถอนออกจนหมดทันทีที่เงินเดือนเข้า
  • เตรียมเอกสารรายได้ให้ครบถ้วน สลิปเงินเดือนล่าสุด หนังสือรับรองเงินเดือน และรายการเดิน
  • บัญชีย้อนหลัง 3 - 6 เดือน เอกสารที่ชัดเจนช่วยให้กระบวนการพิจารณาเร็วขึ้นอย่างมาก
    เลือกวงเงินกู้ตามความจำเป็นจริง แม้จะคำนวณแล้วว่ากู้ได้สูง แต่ควรกู้เฉพาะจำนวนที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เพื่อประหยัดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว


สรุป วางแผนการเงินอย่างชาญฉลาด เลือกสินเชื่อออนไลน์ที่มั่นใจกับ Money Hub

  การกู้เงินไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากคุณมีการวางแผนและ คำนวณวงเงินสินเชื่อออนไลน์ อย่างเหมาะสม การประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเองก่อนยื่นกู้ จะช่วยให้คุณได้วงเงินที่ตอบโจทย์ชีวิต โดยไม่ต้องแบกรับความเครียดจากภาระหนี้ที่เกินตัวในอนาคต
  สำหรับใครที่กำลังมองหาเงินกู้ด่วน เงินกู้หมุนเวียน หรือต้องการเสริมสภาพคล่องทางการเงินอย่างปลอดภัย Money Hub (มันนี่ฮับ) พร้อมเป็นคู่คิดทางการเงินให้กับคุณ!
  บริการ สินเชื่อออนไลน์ จาก Money Hub ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง โปร่งใส อัตราดอกเบี้ยเป็นธรรม สมัครง่ายผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน รู้ผลอนุมัติไว และมีระบบคำนวณวงเงินกู้ที่ช่วยให้คุณวางแผนผ่อนชำระได้อย่างสบายใจ
  อยากรู้ว่าเงินเดือนของคุณกู้ได้เท่าไหร่ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Money Hub เพื่อทดลองคำนวณวงเงินสินเชื่อ และยื่นสมัครสินเชื่อออนไลน์ได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ให้มันนี่ฮับช่วยต่อเติมทุกโอกาสทางการเงินของคุณอย่างมั่นใจ!

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้