ความรู้ทางการเงิน

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมยุคนี้เวลาเรากดยื่นขอสินเชื่อออนไลน์ บางคนรอไม่กี่นาทีเงินก็เข้าบัญชีเรียบร้อย แต่กับบางคน รายได้ก็เยอะ หน้าตาสเตตัสการงานก็ดี กลับโดนระบบตอบปฏิเสธกลับมาอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่ายังไม่ทันตั้งตัว?

ในยุคที่ทุกอย่างรวดเร็วแค่ปลายนิ้วสัมผัส การเข้าถึงแหล่งเงินทุนก็ง่ายดายขึ้นกว่าเดิมมาก เพียงแค่มีมือถือเครื่องเดียว เราก็สามารถกดขอ สินเชื่อออนไลน์ รู้ผลอนุมัติไว ได้เงินมาหมุนทันใจ แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนี้ เคยหยุดคิดสักนิดไหมว่า ตัวเราเอง... พร้อมที่จะเป็นหนี้แล้วหรือยัง?

เชื่อว่านี่คือหนึ่งในคำถามที่สร้างความอึดอัดใจและทำให้หลายคนนอนไม่หลับมากที่สุด เวลาที่เราตกอยู่ในภาวะเงินขาดมือ จนจำเป็นต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งหมวกกันน็อก ดอกเบี้ยรายวัน หรือเจ้าหนี้ในเฟซบุ๊ก พอถึงจุดหนึ่งที่ดอกเบี้ยเริ่มทบต้นจนจ่ายไม่ไหว สิ่งแรกที่ทุกคนคิดเหมือนกันคืออยากกลับเข้ามาในระบบ อยากกู้เงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายมาโปะหนี้เดิมให้จบๆ ไป

ในยุคที่ทุกอย่างอยู่ในสมาร์ทโฟน การสมัคร สินเชื่อออนไลน์ กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนไทยที่ต้องการเงินด่วน หมุนเวียนค่าน้ำค่าไฟ หรือใช้ขยายธุรกิจ เพราะทั้งสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องหอบเอกสารกองโตไปที่สาขาธนาคารเหมือนสมัยก่อน

เคยไหม... อยากได้เงินก้อนมาหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง หรือสานฝันทำธุรกิจ แต่พอจะกดสมัครสินเชื่อกลับเกิดคำถามในหัวว่า เงินเดือนอย่างเรา จะกู้ได้เท่าไหร่กันแน่ หรือ กู้ผ่านแล้ว จะผ่อนไหวไหม?

ในการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล ปัญหาการหมุนเงินไม่ทันหรือเกิดเหตุฉุกเฉินจนทำให้จ่ายค่างวดล่าช้า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์จ่ายล่าช้าไป 15 วัน คำถามสำคัญที่หลายคนกังวลใจอย่างมากคือ จะส่งผลกระทบต่อการขอสินเชื่อในอนาคตหรือไม่ และหากจำเป็นต้องใช้เงินด่วน ควรรอกี่เดือนถึงจะสามารถยื่น สินเชื่อออนไลน์ ให้มีโอกาสผ่านอนุมัติสูงที่สุด

หลายคนที่เคยเผชิญวิกฤตทางการเงินในอดีต จนเรื่องราวบานปลายไปถึงขั้นโดนฟ้องศาล ไม่ว่าจะมาจากหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้บ้านหนี้รถ แม้ว่าในท้ายที่สุดจะหาทางออก จัดการชำระหนี้จนคดีความจบลงด้วยดี และได้รับการเคลียร์ยอดทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว แต่คำถามใหญ่ที่มักสร้างความกังวลใจตามมาในวันที่ต้องการเริ่มตั้งหลักใหม่ หรือต้องการเงินทุนหมุนเวียนก้อนใหม่ก็คือ ถ้าเคยโดนฟ้องศาลแต่นำเงินไปจ่ายจนคดีจบไปแล้ว หากวันนี้จำเป็นต้องยื่นกู้สินเชื่อออนไลน์ ประวัติในอดีตยังจะตามมาหลอกหลอนไหม แล้วผลการอนุมัติจะผ่านหรือเปล่า

ปัญหาใหญ่ของคนทำอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ค้าขายออนไลน์ หรือคนที่รับเงินเป็นงวดๆ ไม่ใช่การไม่มีเงินจ่ายหนี้ แต่คือ "ความไม่แน่นอนของรายได้" ที่ทำให้สถาบันการเงินลังเลในการอนุมัติสินเชื่อ เมื่อไม่มีสลิปเงินเดือนไปยื่นยืนยันเหมือนพนักงานประจำ ประตูการอนุมัติก็ดูเหมือนจะปิดลงทันที

เคยไหม... อยากตั้งหลักเริ่มต้นใหม่ทางการเงิน ปลดล็อกภาระเดิมๆ ด้วยการเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ แต่พอฟื้นตัวได้และจำเป็นต้องใช้เงินหมุนเวียนฉุกเฉิน กลับต้องชนกำแพงใหญ่ที่เรียกว่า รายงานเครดิตบูโร

ใครที่กำลังเปิดกระเป๋าสตางค์มาแล้วเจอบัตรกดเงินสด วางเรียงกันอยู่ 3 ใบ แถมทุกใบถูกดึงวงเงินออกมาใช้จนเต็มแม็กซ์ คงกำลังรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ กดทับอยู่อย่างแน่นอนเพราะการถือบัตรกดเงินสดพร้อมกันหลายใบ หมายถึงคุณกำลังเผชิญหน้ากับอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่วถึง 25% ต่อปี ยิ่งจ่ายขั้นต่ำ ดอกเบี้ยก็ยิ่งทบต้น วงเงินที่จ่ายไปหมุนกลับมาใช้ใหม่ กลายเป็นวงจรอุบาทว์ทางการเงินที่หาทางออกไม่เจอ

เคยสงสัยไหมว่า... เวลาที่เราตกอยู่ในสภาวะหมุนเงินไม่ทัน หนี้เก่ารบเร้าจนโทรศัพท์แทบไหม้ การ "เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่" เพื่อตัดปัญหาและหนีสายเจ้าหนี้ แล้วค่อยไปยื่นขอกู้เงินหรือสมัครกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ จะช่วยให้เราเริ่มนับหนึ่งใหม่ได้จริงหรือเปล่า?

เคยไหม? ดีใจเกือบตายตอนเห็นข้อความ ยินดีด้วย คุณได้รับการอนุมัติสินเชื่อออนไลน์ แต่พอเปิดแอปพลิเคชันเข้าไปเช็กวงเงินจริง กลับต้องอุทานในใจว่า ได้เท่านี้จริงหรือนี่! จากที่หวังว่าจะนำเงินกู้ก้อนนี้ไปหมุนเวียนในธุรกิจ ปลดภาระหนี้สินส่วนอื่น หรือเก็บไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ยอดเงินที่อนุมัติกลับน้อยกว่าที่คิดไว้หลายเท่าตัว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้