เพิ่งปิดหนี้เสียจบสดๆ ร้อนๆ จะกู้สินเชื่อต่อเลยได้ไหม?

16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เพิ่งปิดหนี้เสียจบสดๆ ร้อนๆ จะกู้สินเชื่อต่อเลยได้ไหม?

  การเป็นหนี้เสียหรือมีประวัติค้างชำระหนี้จนติดเครดิตบูโร เป็นหนึ่งในฝันร้ายทางการเงินที่ทำให้หลายคนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่เมื่อวันหนึ่งที่เราสามารถรวบรวมเงินก้อนก้อนโตมาโปะ หรือเจรจาปรับโครงสร้างหนี้จนสามารถ "ปิดหนี้เสีย" ได้สำเร็จ ความรู้สึกโล่งใจและเหมือนยกภูเขาออกจากอกคงเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้
  อย่างไรก็ตาม ชีวิตยังต้องเดินต่อ และความจำเป็นทางการเงินครั้งใหม่ก็อาจเวียนกลับมาทักทายอย่างรวดเร็ว คำถามยอดฮิตที่ตามมาทันทีหลังจากจ่ายงวดสุดท้ายเสร็จสิ้นก็คือ "เพิ่งปิดหนี้เสียจบสดๆ ร้อนๆ จะขอกู้สินเชื่อต่อเลยได้ไหม?"
  วันนี้ มันนี่ฮับ จะมาชวนทุกคนหาคำตอบร่วมกันแบบตรงไปตรงมา พร้อมแนะแนวทางเตรียมความพร้อม เพื่อให้คุณสามารถกลับมายื่นขอสัญญากู้เงินครั้งใหม่ได้อย่างมั่นใจและมีโอกาสผ่านฉลุยมากที่สุด


เข้าใจความจริง: ปิดหนี้เสียปุ๊บ กู้สินเชื่อปั๊บ ได้จริงหรือ?

  ตอบคำถามนี้ให้ชัดเจนแบบไม่อ้อมค้อม: ในทางทฤษฎีคือ "ทำได้" แต่ในทางปฏิบัติจริง "ยากมากถึงมากที่สุด"

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? หลายคนมักเข้าใจผิดว่า เมื่อเราจ่ายเงินปิดหนี้เสียครบถ้วนแล้ว ประวัติเสียในเครดิตบูโรจะถูกลบหายไปทันทีเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริง ระบบของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ไม่ได้ทำงานแบบนั้น
  เมื่อคุณปิดหนี้ สถานะบัญชีของคุณจะเปลี่ยนจาก "ค้างชำระ" เป็น "ปิดบัญชี" หรือ "หมดภาระหนี้" ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่วัตถุประสงค์ของเครดิตบูโรคือการเก็บรวบรวมพฤติกรรมการชำระเงินย้อนหลัง ดังนั้น ประวัติการค้างชำระในอดีตของคุณจะยังคงปรากฏอยู่ในระบบต่อไปอีกเป็นเวลา 3 ปี (หรือ 36 เดือน) นับจากวันที่คุณปิดบัญชีสนิท
  เมื่อคุณเดินไปพิจารณาขอกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงินทันทีหลังจากปิดหนี้ได้เพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ ธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเชื่อจะยังคงมองเห็นประวัติการค้างชำระเดิมที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่งผลให้สถาบันการเงินส่วนใหญ่เลือกที่จะ "ปฏิเสธ" คำขอสินเชื่อไปก่อนเพื่อความปลอดภัย


ทำไมสถาบันการเงินถึงยังไม่กล้าปล่อยกู้ทันที?

  การพิจารณาอนุมัติให้กู้สินเชื่อนั้น สถาบันการเงินจะใช้หลักการประเมินความเสี่ยงเป็นสำคัญ โดยปัจจัยหลักๆ ที่พวกเขาใช้พิจารณาเมื่อเห็นประวัติที่เพิ่งปิดหนี้เสียไป มีดังนี้

  • ระยะเวลาการปรับตัวที่สั้นเกินไป การที่เพิ่งปิดหนี้เสียจบสดๆ ร้อนๆ แบงก์จะมองว่าคุณยังไม่มีระยะเวลาพิสูจน์ตัวเองที่มากพอว่า ปัญหาทางการเงินที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืนแล้วหรือยัง
  • วินัยทางการเงินที่ยังไม่นิ่ง แม้จะมีเงินก้อนมาปิดหนี้ แต่วินัยในการผ่อนชำระแบบรายเดือนในฐานะ "ลูกหนี้ชั้นดี" ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่
  • ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระซ้ำซ้อน: สถิติทางการเงินชี้ว่า ลูกหนี้ที่เพิ่งหลุดจากภาวะหนี้เสียมีโอกาสที่จะกลับไปเป็นหนี้เสียซ้ำได้อีก หากสภาพคล่องยังไม่มั่นคงพอ

  ดังนั้น คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ การให้เวลากับตัวเองและระบบเครดิตบูโรได้อัปเดตข้อมูลเสียก่อน โดยทั่วไปแล้ว ควรอวดย้อนหลังประวัติการชำระเงินที่ดีใหม่อย่างน้อย 6 - 12 เดือนขึ้นไป จึงจะเริ่มมีโอกาสลุ้นในการยื่นขอกู้สินเชื่อใหม่อีกครั้ง


5 ขั้นตอนเตรียมความพร้อม เปลี่ยน "อดีตคนเคยพัง" เป็น "ลูกหนี้เกรด A"

  หากคุณมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงิน และต้องการยื่นกู้สินเชื่อในอนาคตอันใกล้ หลังจากปิดหนี้เสียเรียบร้อยแล้ว นี่คือสิ่งที่คุณต้องลงมือทำทันทีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงิน

  1. ตรวจสอบสถานะบูโรให้ชัวร์

      หลังจากจ่ายเงินงวดสุดท้ายเพื่อปิดบัญชีหนี้เสียไปแล้วประมาณ 30 - 45 วัน ให้คุณเดินทางไปขอตรวจเครดิตบูโรของตัวเอง (สามารถตรวจผ่านแอปพลิเคชันธนาคารต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย) เพื่อเช็กดูว่าสถานะบัญชีเดิมที่มีปัญหา ได้ถูกเปลี่ยนเป็น "43 - โอนย้ายหรือขายหนี้และชำระหนี้เสร็จสิ้น" หรือ "11 - ปิดบัญชี" แล้วหรือยัง และย้ำว่าต้องเก็บ "หนังสือยืนยันการปิดบัญชี" ที่ออกโดยเจ้าหนี้เดิมไว้เป็นหลักฐานสำคัญห้ามทิ้งเด็ดขาด
  2. เว้นระยะห่าง สร้างประวัติใหม่

      อย่างที่กล่าวไปข้างต้น การยื่นกู้ทันทีมีโอกาสตกสูงมาก และการถูกปฏิเสธสินเชื่อบ่อยๆ จะยิ่งทำให้คะแนนเครดิต (Credit Score) ของคุณลดลง ดังนั้น ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี ในระหว่างนี้ให้มุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่ง
  3. เริ่มต้นสร้างเครดิตดีทีละนิด

      วิธีที่ง่ายที่สุดในการกู้คืนความเชื่อมั่นคือการสร้าง "ประวัติการชำระเงินที่ยอดเยี่ยม" ขึ้นมาใหม่ คุณอาจลองสมัครบัตรเครดิตแบบใช้เงินฝากค้ำประกัน หรือขอสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพที่มีวงเงินไม่สูงนัก เมื่อได้รับการอนุมัติ ให้ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและ "จ่ายตรงเวลา เต็มจำนวน ทุกงวด" ห้ามเลทแม้แต่วันเดียว ประวัติการจ่ายเงินที่งดงามตรงนี้จะไปช่วยกลบและลดทอนความน่ากลัวของประวัติเสียในอดีตได้
  4. รักษาเสถียรภาพของรายได้และเงินออม

      สถาบันการเงินไม่ได้ดูแค่เครดิตบูโรอย่างเดียว แต่ดู "ความสามารถในการชำระหนี้ปัจจุบัน" ด้วย คุณควรมีรายได้ที่มั่นคง มี Statement บัญชีธนาคารที่มีเงินหมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญควรมีเงินออมสะสมอยู่ในบัญชีบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณมีสภาพคล่องส่วนตัวที่ดี และมีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอที่จะไม่กลับไปสู่วงจรหนี้เสียอีก
  5. เคลียร์หนี้อื่นๆ ที่ยังคงค้าง (ถ้ามี)

      หากคุณมีหนี้หลายก้อน และเพิ่งปิดไปได้แค่วงเงินเดียว แต่ยังมีหนี้ส่วนอื่นๆ ที่ยังค้างคาอยู่ ให้พยายามบริหารจัดการหนี้ที่เหลือให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่าปล่อยให้มีหนี้เสียก้อนใหม่เกิดขึ้นเด็ดขาด เพราะนั่นจะเท่ากับว่าความพยายามในการปิดหนี้ก้อนแรกสูญเปล่าทันที


เทคนิคการเลือกสถาบันการเงินเมื่อพร้อมยื่นกู้สินเชื่อ

  เมื่อคุณเตรียมตัวตามขั้นตอนข้างต้นครบถ้วน และเวลาผ่านไปจนประวัติเริ่มคลี่คลายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม

ข้อควรระวัง: อย่าเพิ่งพุ่งเป้าไปที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นแห่งแรก เพราะธนาคารใหญ่ๆ มักจะมีเกณฑ์การคัดกรองเครดิตบูโรที่เข้มงวดมาก (Strict Policy) ซึ่งอาจจะยังไม่เปิดรับผู้ที่เคยมีประวัติหนี้เสียภายใน 1-2 ปีแรก
  ทางเลือกที่ดีกว่าและตอบโจทย์มากกว่า คือการมองหาผู้ให้บริการสินเชื่อที่ถูกกฎหมายประเภท Non-Bank (สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร) หรือผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัล (Digital Lending) ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น มันนี่ฮับ (Money Hub)
  เนื่องจากสถาบันการเงินในกลุ่ม Non-Bank มักจะมีนโยบายการประเมินสินเชื่อที่ยืดหยุ่นกว่า โดยจะไม่ได้พิจารณาจากข้อมูลเครดิตบูโรเพียงอย่างเดียว แต่จะนำปัจจัยอื่นๆ มาร่วมประเมินด้วย เช่น ประวัติการใช้จ่ายปัจจุบัน พฤติกรรมการชำระค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ความตั้งใจในการสร้างรายได้ และความสามารถในการส่งหนี้ ณ วันปัจจุบัน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่เคยผิดพลาดในอดีตแต่กลับตัวกลับใจแล้ว สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างปลอดภัย


  การเพิ่งปิดหนี้เสียจบสดๆ ร้อนๆ แล้วคิดจะกู้สินเชื่อใหม่ทันที อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและเวลามากกว่าที่คิด แต่ก็ไม่ใช่ประตูที่ปิดตายถาวร สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การรีบวิ่งไปกู้เงินเพิ่ม แต่คือการให้รางวัลตัวเองที่สามารถปลดภาระหนี้ก้อนโตนั้นมาได้ และใช้ช่วงเวลานี้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเงิน จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และสร้างสะพานเครดิตใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม
  เมื่อวันเวลาผ่านไป พร้อมกับวินัยทางการเงินบทใหม่ที่เหนียวแน่นขึ้น โอกาสที่คุณจะได้รับสิทธิ์ในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อนำไปต่อยอดชีวิตหรือประกอบอาชีพก็จะกลับมาเป็นของคุณอย่างแน่นอน และหากวันใดที่คุณพร้อม มันนี่ฮับ ก็พร้อมที่จะยืนเคียงข้างและเป็นกำลังใจให้ทุกย่างก้าวทางการเงินของคุณมั่นคงและปลอดภัยในระยะยาว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้