20 จำนวนผู้เข้าชม |
ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยความเร็ว การขอสินเชื่อออนไลน์กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปธนาคาร ไม่ต้องหอบเอกสารเป็นปึก ๆ เพียงแค่มีสมาร์ตโฟนเครื่องเดียวก็สามารถกดสมัครและรู้ผลอนุมัติได้ในเวลาไม่นาน
แต่หนึ่งในปัญหาโลกแตกที่คนอยากกู้เงินมักจะเจอ โดยเฉพาะกลุ่มฟรีแลนซ์ แม่ค้าออนไลน์ หรือคนที่มีรายได้หลายทาง คือ "การมีบัญชีธนาคารหลายใบ" พอถึงเวลาที่ระบบขอให้แนบรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 3-6 เดือน ก็เกิดอาการสับสนและตั้งคำถามว่า “มีหลายบัญชีแบบนี้ ควรจะยื่นบัญชีไหนดีสุดที่จะทำให้ผ่านอนุมัติง่ายขึ้น?” หรือ “ต้องยื่นทุกบัญชีเลยไหม?”
ถ้าคุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่ บอกเลยว่าห้ามพลาด! เพราะวันนี้เราจะมาเจาะลึกเทคนิคการเลือกสเตทเมนท์เพื่ออัปคะแนนเครดิต (Credit Score) ให้พุ่งกระฉูด ดึงดูดใจระบบพิจารณาสินเชื่อออนไลน์ ยื่นส่งไปทีไรโอกาสผ่านก็สูงลิ่ว
ก่อนจะไปดูเทคนิคการเลือกบัญชี เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์ถึงให้ความสำคัญกับสเตทเมนท์นัก หนี้สิน หรือประวัติทางการเงินของเราในอดีตอาจจะถูกบันทึกไว้ในเครดิตบูโรก็จริง แต่สเตทเมนท์คือสิ่งที่จะสะท้อน "พฤติกรรมการใช้เงินในปัจจุบัน" และ "ความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต" ของคุณ
เนื่องจากการขอสินเชื่อออนไลน์มักจะใช้ระบบ AI หรืออัลกอริทึมในการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น สิ่งที่ระบบจะมองหาในสเตทเมนท์ของคุณไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดเงินคงเหลือสุดท้าย แต่ลึกลงไปกว่านั้นคือ รูปแบบของรายได้ ความสม่ำเสมอ และลักษณะการใช้จ่าย หากคุณเลือกบัญชีที่ไม่สะท้อนความสามารถที่แท้จริง ยื่นไปก็อาจจะโดนปฏิเสธได้ง่าย ๆ
หากคุณมีบัญชีธนาคารมากกว่า 2 บัญชีขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องยื่นทั้งหมดให้ระบบสับสน (ยกเว้นกรณีที่เงื่อนไขสินเชื่อนั้น ๆ ระบุให้รวมรายได้) ให้คุณพิจารณาเลือกบัญชีที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้เป็นอันดับแรก
ถ้าเลือกบัญชีได้แล้ว แต่รู้สึกว่าสเตทเมนท์ยังไม่สวยพอ หรืออยากเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้เพื่อให้การขอสินเชื่อออนไลน์ในอนาคตผ่านฉลุย นี่คือ 4 เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยอัปเกรดคะแนนเครดิตของคุณได้ทันตา
Trick 1 เลิกพฤติกรรม "ถอนหมดบัญชี" หลายคนชอบถอนเงินออกหมดเกลี้ยงบัญชีทันทีที่เงินเข้าเพื่อไปเก็บเป็นเงินสด หรือโอนไปบัญชีอื่น แนะนำว่าให้ทิ้งเงินคาบัญชีไว้บ้างอย่างน้อย 10-20% ของรายได้ เพื่อแสดงให้ระบบเห็นว่าคุณมีกระแสเงินสดสำรอง และไม่ได้ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน
Trick 2 จัดระเบียบการโอนเงินเข้าให้ชัดเจน หากคุณทำอาชีพเสริม หรือรับเงินจากหลายทาง พยายามให้ผู้โอนระบุบันทึกช่วยจำ (Memo) ที่ชัดเจน หรือพยายามรวบรวมเงินรายได้เหล่านั้นเข้ามาฝากในบัญชีหลักอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้กระจัดกระจาย เพื่อเวลาที่ระบบ AI ดึงข้อมูลสเตทเมนท์ไปวิเคราะห์ จะได้จัดหมวดหมู่รายได้ของคุณได้อย่างถูกต้อง
Trick 3 รักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (DTI) ให้สมดุล ในสเตทเมนท์ของคุณไม่ควรมีรายการหักบัญชีอัตโนมัติเพื่อจ่ายหนี้อื่น ๆ (เช่น ค่างวดรถ ค่าบัตรเครดิต) เกิน 40% ของรายได้ที่เข้ามา หากสเตทเมนท์มีแต่รายการจ่ายหนี้เก่าเต็มไปหมด คะแนนเครดิตของคุณจะร่วงทันที เพราะระบบจะประเมินว่าคุณอาจไม่มีกำลังพอที่จะรับหนี้ก้อนใหม่
Trick 4 หลีกเลี่ยงรายการโอนเงินที่เกี่ยวกับความเสี่ยง รายการเดินบัญชีที่มีการโอนเงินเข้า-ออกไปยังเว็บไซต์การพนัน หรือบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง ถือเป็นจุดตายที่ทำให้ฝันสลายได้ทันที ดังนั้น ควรแยกบัญชีใช้จ่ายทั่วไปออกจากบัญชีหลักที่ใช้ยื่นขอสินเชื่ออย่างเด็ดขาด
ปัจจุบันการสมัครสินเชื่อออนไลน์เกือบ 100% รองรับและสนับสนุนให้ผู้สมัครส่งเอกสารในรูปแบบ e-Statement (ไฟล์ PDF) ที่ดาวน์โหลดจากแอปพลิเคชันของธนาคารโดยตรง การส่งแบบ e-Statement มีข้อดีเหนือกว่าการถ่ายรูปสมุดบัญชีหรือสเตทเมนท์ที่เป็นกระดาษหลายประการ ดังนี้
ดังนั้น เมื่อจะยื่นขอสินเชื่อออนไลน์ แนะนำให้กดขอ e-Statement ย้อนหลัง 6 เดือนจากแอปธนาคารของคุณเตรียมรอไว้ได้เลย!
เมื่อคุณรู้วิธีเลือกสเตทเมนท์และปรับแต่งบัญชีให้สวยงาม พร้อมรับคะแนนเครดิตดี ๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญที่สุดก็คือ "การเลือกผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และอนุมัติจริง"
หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่อง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการใช้จ่ายส่วนตัว หรือเพื่อต่อยอดธุรกิจขนาดเล็ก "มันนี่ฮับ" (Money Hub) คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ!
อย่าปล่อยให้โอกาสทางการเงินหลุดลอยไปเพราะความลังเล! หากคุณเตรียมสเตทเมนท์ตามเทคนิคข้างต้นเรียบร้อยแล้ว ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Money Hub บนสมาร์ตโฟนของคุณวันนี้ แล้วกดสมัครสินเชื่อออนไลน์เพื่อเริ่มต้นสร้างอนาคตทางการเงินที่ดีกว่ากับเราได้เลย!