ไขคำตอบเรื่องเงินกู้ที่หลายคนสงสัย แต่ไม่ค่อยมีใครบอกตรง ๆ เคยไหม… เพื่อนสมัคร สินเชื่อออนไลน์ ผ่านแอปเดียวกับเรา วงเงินใกล้กัน แต่พอรู้ดอกเบี้ยแล้วถึงกับงง ทำไมของมันดอกถูกกว่าเรา “เราก็ทำงานเหมือนกัน เงินเดือนก็ไม่ต่าง ทำไมต้องจ่ายแพงกว่า?”
ถ้าคุณเคยตั้งคำถามแบบนี้ บอกเลยว่า คุณไม่ได้คิดไปเอง เพราะความจริงคือ ดอกเบี้ยสินเชื่อออนไลน์ไม่ได้เท่ากันทุกคนตั้งแต่แรก และมันมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังมากกว่าที่หลายคนคิด บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก “เบื้องหลังการคิดดอกเบี้ย” ของสินเชื่อออนไลน์แบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐานการเงินก็อ่านรู้เรื่อง แถมเอาไปใช้วางแผนกู้เงินได้จริงอีกด้วย
สินเชื่อออนไลน์ คืออะไร (ขอทวนสั้น ๆ)
สินเชื่อออนไลน์ คือการขอเงินกู้ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ โดยไม่ต้องเดินไปธนาคาร ไม่ต้องใช้เอกสารเยอะ และรู้ผลไว บางที่อนุมัติภายในไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่ต้องการเงินด่วน หรือไม่สะดวกใช้สินเชื่อแบบเดิม แต่ความ “ง่ายและเร็ว” นี้เอง ทำให้หลายคนมองข้ามรายละเอียดสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง นั่นคือ ดอกเบี้ย
ประวัติเครดิต คือพระเอกของเรื่องนี้
เหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้ดอกเบี้ยสินเชื่อออนไลน์ไม่เท่ากัน คือ ประวัติเครดิต พูดง่าย ๆ คือ ผู้ให้กู้จะดูว่า
- คุณเคยกู้เงินมาก่อนไหม
- เคยจ่ายช้าหรือค้างชำระหรือเปล่า
- มีหนี้หลายที่หรือไม่
ถ้าคุณมีประวัติดี จ่ายตรงเวลาสม่ำเสมอ ระบบจะมองว่าคุณ “เสี่ยงน้อย”
ความเสี่ยงน้อย = ดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่ถ้าเคยจ่ายช้า ค้าง หรือมีภาระหนี้หลายทาง
ความเสี่ยงสูง = ดอกเบี้ยสูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนสองคนสมัครสินเชื่อออนไลน์ที่เดียวกัน แต่ได้ดอกเบี้ยไม่เท่ากัน
รายได้และความมั่นคงของอาชีพ
รายได้ไม่ได้ดูแค่ว่า “ได้เงินเดือนเท่าไหร่” แต่ดูว่า
- รายได้สม่ำเสมอไหม
- มีหลักฐานชัดเจนหรือเปล่า
- อาชีพมั่นคงแค่ไหน
เช่น
- พนักงานประจำ มีสลิปเงินเดือนชัดเจน → มักได้ดอกเบี้ยดีกว่า
- ฟรีแลนซ์ / ค้าขาย → อาจถูกมองว่ารายได้ไม่แน่นอน ดอกเบี้ยจึงสูงขึ้นเล็กน้อย
ไม่ได้หมายความว่าฟรีแลนซ์กู้ไม่ได้ แต่ระบบจะประเมินความเสี่ยงต่างจากพนักงานประจำเท่านั้น
ภาระหนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
แม้รายได้จะดี แต่ถ้ามีหนี้หลายทาง เช่น
- ผ่อนบ้าน
- ผ่อนรถ
- บัตรเครดิตหลายใบ
ระบบจะคำนวณว่า หลังจากหักค่าใช้จ่ายและหนี้แล้ว คุณยังเหลือเงินพอจ่ายหรือไม่ ถ้าเหลือไม่มาก → ความเสี่ยงสูง → ดอกเบี้ยสูงขึ้น นี่คือเหตุผลที่บางคนเงินเดือนสูง แต่ดอกเบี้ยสินเชื่อออนไลน์กลับแพงกว่าคนรายได้น้อยกว่า
วงเงินและระยะเวลาผ่อน ก็มีผล
ยิ่งกู้ วงเงินสูง และ ผ่อนนาน ผู้ให้กู้ยิ่งแบกรับความเสี่ยงมาก ดอกเบี้ยจึงมักสูงขึ้นตามไปด้วย
ตัวอย่างเช่น
- กู้ 20,000 ผ่อน 6 เดือน → ดอกเบี้ยน้อยกว่า
- กู้ 100,000 ผ่อน 36 เดือน → ดอกเบี้ยสูงกว่า
เพราะโอกาสเกิดปัญหาในระยะยาวมีมากกว่า
โปรโมชั่น ≠ ดอกเบี้ยจริงของทุกคน
หลายแอปโฆษณาว่า “ดอกเบี้ยเริ่มต้น 9.99% ต่อปี” คำว่า “เริ่มต้น” สำคัญมาก เพราะหมายถึง เฉพาะลูกค้าที่โปรไฟล์ดีมาก เท่านั้น ผู้สมัครส่วนใหญ่จะได้ดอกเบี้ยในช่วงกลาง ๆ หรือสูงกว่านั้น ขึ้นอยู่กับข้อมูลของแต่ละคน
ระบบประเมินอัตโนมัติ (AI) ตัดสินแทนคน
สินเชื่อออนไลน์ส่วนใหญ่ใช้ระบบอัตโนมัติหรือ AI ในการประเมิน ซึ่งดูข้อมูลหลายมิติพร้อมกัน ไม่ใช่แค่สิ่งที่เราคิดว่าสำคัญ บางอย่างที่หลายคนไม่รู้ เช่น
- พฤติกรรมการใช้แอป
- ความสม่ำเสมอของข้อมูลที่กรอก
- ความน่าเชื่อถือของเอกสาร
รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยโดยตรง
แล้วเราทำอะไรได้บ้าง ให้ดอกเบี้ยถูกลง?
ข่าวดีคือ ดอกเบี้ยไม่ใช่เรื่องฟลุค และสามารถปรับให้ดีขึ้นได้ แนวทางง่าย ๆ ที่ทำได้จริง
- จ่ายหนี้ตรงเวลาเสมอ
- ปิดหนี้ที่ไม่จำเป็นก่อนขอสินเชื่อใหม่
- ไม่สมัครสินเชื่อหลายที่พร้อมกัน
- เลือกวงเงินเท่าที่จำเป็น ไม่กู้เกินตัว
- เช็กเงื่อนไขให้ครบก่อนกดยืนยัน
สรุป ดอกเบี้ยสินเชื่อออนไลน์ ไม่ได้ไม่ยุติธรรม แต่ “ต่างตามความเสี่ยง”
เหตุผลที่ดอกเบี้ย สินเชื่อออนไลน์ ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่ใช่เพราะใครลำเอียง แต่เพราะผู้ให้กู้ต้องประเมินความเสี่ยงของผู้กู้แต่ละคนอย่างละเอียด ถ้าเข้าใจหลักคิดนี้แล้ว คุณจะวางแผนการเงินได้ดีขึ้น เลือกกู้ได้เหมาะกับตัวเอง และไม่ตกใจอีกต่อไปเมื่อเห็นดอกเบี้ยไม่เท่ากับคนอื่น ถ้าคุณกำลังมองหาข้อมูลสินเชื่อ เข้าใจง่าย ไม่ขายฝัน และเปรียบเทียบได้จริง มันนี่ฮับ พร้อมเป็นเพื่อนคุยเรื่องเงิน ที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น