7 จำนวนผู้เข้าชม |
เชื่อว่าหลายคนคงกำลังรู้สึกเหมือนกันว่า ทำไมเงินในกระเป๋าเดินทางไวเกินไป? หันไปทางไหนของก็แพงขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ หรือแม้กระทั่งของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน สวนทางกับรายรับที่ยังคงเท่าเดิม หรือบางครั้งอาจเพิ่มขึ้นไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ (Inflation) สถานการณ์แบบนี้กลายเป็นปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน (Liquidity) ที่ไม่ได้เกิดแค่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่กำลังกระทบทุกคนในยุคนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อรายจ่ายกะทันหันวิ่งแซงรายได้ การมี ตัวช่วยเสริมสภาพคล่อง ที่รวดเร็ว ทันใจ และปลอดภัย จึงเป็นสิ่งสำคัญ และหนึ่งในนวัตกรรมทางการเงิน (Financial Innovation) ที่เข้ามาตอบโจทย์คนยุคดิจิทัลได้ตรงจุดที่สุดในเวลานี้ก็คือ สินเชื่อออนไลน์
สาเหตุหลักที่ทำให้เรา รู้สึกว่าเงินติดขัด เกิดจากสภาวะ ค่าครองชีพสูง (High Cost of Living) ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจรอบด้าน เช่น ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่ผันผวน และแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ย
เมื่อค่าใช้จ่ายประจำ (Fixed Expenses) ปรับตัวสูงขึ้น แต่เงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund) ที่เรามีอยู่อาจไม่เพียงพอรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ค่ารักษาพยาบาลกะทันหัน ค่าซ่อมแซมบ้าน ซ่อมรถ หรือแม้แต่หมุนเวียนในธุรกิจส่วนตัว สิ่งที่ตามมาคือ ภาวะช็อตทางการเงิน ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่บริหารจัดการ อาจกลายเป็นดินพอกหางหมูและกระทบต่อประวัติทางการเงินในระยะยาว
ในอดีต เมื่อพูดถึงการขอสินเชื่อหรือยืมเงิน ภาพจำของใครหลายคนอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องลางานไปสาขาธนาคาร กรอกเอกสารเป็นตั้งๆ และรอผลอนุมัตินานเป็นสัปดาห์ แต่ในยุค FinTech (Financial Technology) ทุกอย่างถูกย่อมาอยู่ในสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว
สินเชื่อออนไลน์ คือ สินเชื่อส่วนบุคคลหรือสินเชื่อหมุนเวียนที่ยื่นขอ สมัคร และอนุมัติผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน โดยใช้เทคโนโลยีการประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ทำให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
แม้ว่าสินเชื่อออนไลน์จะสะดวกสบาย แต่ท่ามกลางยุคดิจิทัล ก็มีแอปพลิเคชันหรือวงเงินนอกระบบที่แอบอ้างชื่อเป็นสินเชื่อออนไลน์เช่นกัน ดังนั้น เพื่อเสริมสภาพคล่องอย่างปลอดภัย ควรใช้เช็กลิสต์ต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจสมัคร:
การกู้เงินไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเราใช้อย่างมีสติและมีการวางแผนที่ดี สินเชื่อออนไลน์คือ เครื่องมือเสริมสภาพคล่อง ที่ช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตสั้นๆ ได้ราบรื่น โดยมีหลักการบริหารจัดการง่ายๆ ดังนี้:
ในภาวะที่ข้าวของแพงและค่าครองชีพพุ่งสูง การมีสภาพคล่องทางการเงินที่ยืดหยุ่นคือหัวใจสำคัญในการพยุงชีวิตและธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้อย่างไม่สะดุด สินเชื่อออนไลน์ ถือเป็นทางออกยุคใหม่ที่ช่วยตอบโจทย์ความสะดวก รวดเร็ว และทันใจ
หากคุณกำลังมองหาทางออกทางการเงิน หรือต้องการเสริมสภาพคล่องอย่างปลอดภัย บริษัท มันนี่ฮับ เซอร์วิส จำกัด (Money Hub) พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อหมุนเวียนที่เข้าใจคนไทย สมัครง่าย ผ่านการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อนุมัติไว โปร่งใส และมีเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต อย่าปล่อยให้ปัญหาเงินขาดมือมาขัดจังหวะความสุขของคุณและครอบครัว เลือกเสริมสภาพคล่องอย่างชาญฉลาดไปกับ Money Hub
Q ติดพะวงเรื่องติดเครดิตบูโร สามารถสมัครสินเชื่อออนไลน์ได้ไหม
A ผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์ที่ถูกต้องตามกฎหมายจะมีการพิจารณาประวัติทางการเงินและภาระหนี้เดิมประกอบด้วย อย่างไรก็ตาม บางแห่งนำข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เช่น พฤติกรรมการชำระค่าน้ำ ค่าไฟ หรือสเตตเมนต์บัญชีมาใช้ประเมินร่วมด้วย จึงแนะนำให้ยื่นเอกสารรายได้ที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ
Q สินเชื่อออนไลน์ต่างจากกู้นอกระบบผ่านไลน์อย่างไร
A สินเชื่อออนไลน์ที่ถูกกฎหมายจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ มีใบอนุญาตจากแบงก์ชาติ อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามกฎหมาย และ ไม่มีการให้โอนเงินก่อน ในขณะที่การกู้นอกระบบผ่านไลน์มักคิดดอกเบี้ยมหาโหด มีการหักเงินค่าธรรมเนียมล่วงหน้า และใช้ข่มขู่ติดตามหนี้
Q ยื่นสมัครสินเชื่อออนไลน์ ใช้เวลารู้ผลนานแค่ไหน
A ระยะเวลาขึ้นอยู่กับระบบของผู้ให้บริการแต่ละแห่ง หากยื่นเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไข สินเชื่อออนไลน์ยุคใหม่สามารถทราบผลอนุมัติเบื้องต้นได้ภายในไม่กี่นาที ถึง 1 วันทำการ
Q หากต้องการปิดหนี้สินเชื่อออนไลน์ก่อนกำหนด จะมีค่าปรับหรือไม่
A โดยทั่วไปสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของแบงก์ชาติ จะไม่มีค่าธรรมเนียมการปิดบัญชีล่วงหน้า (Prepayment Fee) ผู้กู้สามารถนำเงินมาปิดบัญชีเพื่อลดดอกเบี้ยได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบข้อกำหนดในสัญญาของแต่ละผลิตภัณฑ์อีกครั้ง