ติดBlacklist แล้วกี่เดือนถึงกู้ได้? วางแผนสมัครสินเชื่อออนไลน์ให้ผ่าน

62 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ติดBlacklist แล้วกี่เดือนถึงกู้ได้? วางแผนสมัครสินเชื่อออนไลน์ให้ผ่าน

   เชื่อว่าหลายคนเคยตกอยู่ในสภาวะ "ตึงมือ" จนเผลอปล่อยให้ประวัติค้างชำระในเครดิตบูโรกลายเป็นสีแดงเข้ม พอวันหนึ่งเราตั้งตัวได้ เคลียร์หนี้จนจบ ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว คำถามยอดฮิตที่ตามมาคือ "ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะกลับไปกู้ได้อีกครั้ง?" หรือ "มีวิธีไหนบ้างที่จะกู้แอปสินเชื่อออนไลน์ให้ผ่านในรอบนี้?"


เคลียร์ชัด! ติดบูโร vs ติด Blacklist คืออะไรกันแน่?

   ก่อนจะไปดูว่าต้องรอกี่เดือน เรามาปรับจูนความเข้าใจกันก่อนครับ เพราะคำว่า "ติดบูโร" เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกแทนการมีประวัติชำระเงินไม่ดี แต่ในความเป็นจริง

  • เครดิตบูโร (NCB): คือสถาบันที่เก็บรวบรวมประวัติการชำระสินเชื่อของเราทุกคน ไม่ว่าคุณจะจ่ายตรงหรือจ่ายช้า ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้หมด
  • Blacklist: คำนี้ไม่มีอยู่จริงในสารบบของธนาคารหรือบูโร แต่มันคือการที่สถาบันการเงินประเมินจาก "รายงานข้อมูลเครดิต" แล้วเห็นว่าเรามีความเสี่ยงสูง จึงไม่อนุมัติสินเชื่อให้นั่นเอง

   ดังนั้น เมื่อเราจ่ายหนี้ครบจน "ปิดบัญชี" สถานะในบูโรจะเปลี่ยนจากค้างชำระ (Code 42 หรือ 30) เป็น "010 - ปกติ (ชำระหนี้เสร็จสิ้น)" หรือ "11 - ปิดบัญชี" แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าประวัติเสียในอดีตจะหายวับไปทันทีครับ


ปิดบัญชีแล้วต้องรอ "กี่เดือน" ถึงจะกู้ผ่าน?

นี่คือคำถามใจกลางสำคัญ คำตอบคือ "ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่มีค่าเฉลี่ยที่ควรรู้" 
   โดยปกติแล้ว เครดิตบูโรจะเก็บประวัติย้อนหลังไว้ 36 เดือน (3 ปี) หมายความว่าถ้าคุณเคยค้างชำระ ประวัตินั้นจะโชว์อยู่ในระบบไปอีก 3 ปีนับจากวันที่บันทึก แต่เราไม่จำเป็นต้องรอถึง 3 ปีเสมอไป โดยแบ่งได้ตามระดับความยากง่ายดังนี้

  • หลังปิดบัญชี 3-6 เดือน: ช่วงนี้ "ยากที่สุด" เพราะข้อมูลในระบบเพิ่งอัปเดต ธนาคารใหญ่ๆ มักจะยังมองว่าคุณมีความเสี่ยงอยู่
  • หลังปิดบัญชี 6-12 เดือน: เริ่มมีลุ้น! หากคุณมีรายได้ประจำที่มั่นคง และไม่มีหนี้เสียตัวอื่นเพิ่มขึ้น สถาบันการเงินบางแห่งหรือ แอปสินเชื่อออนไลน์ ที่เน้นความคล่องตัวจะเริ่มพิจารณาคุณแล้ว
  • หลังปิดบัญชี 12 เดือนขึ้นไป: มีโอกาสกู้ผ่านสูงมาก หากคุณมีการสร้าง "ประวัติใหม่" ที่ดีเข้ามากลบประวัติเก่า

Tips จากเพื่อน: อย่าเพิ่งรีบยื่นกู้ทันทีหลังจากจ่ายหนี้ก้อนสุดท้ายจบ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้สถานะในระบบอัปเดตและแสดงให้เห็นว่าเรามีวินัยทางการเงินที่นิ่งพอแล้ว


กลยุทธ์วางแผนสมัคร "แอปสินเชื่อออนไลน์" รอบใหม่ให้ผ่านฉลุย

   ยุคนี้การกู้เงินผ่านแอปฯ สะดวกมาก แต่เขาก็มีระบบตรวจคัดกรองที่เข้มข้นไม่แพ้กัน ถ้าอยากกู้ผ่านรอบนี้ ลองทำตามสูตรนี้ดู


Step 1: ตรวจสอบสถานะตัวเองก่อน (Checking)

   ก่อนจะกดสมัครแอปไหน ให้ไปเช็กเครดิตบูโรของตัวเองก่อน (เช็กได้ง่ายๆ ผ่านแอปธนาคารหรือที่ตู้ ATM) เพื่อดูว่าสถานะบัญชีที่ปิดไปแล้วขึ้นว่า "ปิดบัญชี" จริงหรือไม่ ถ้าข้อมูลยังไม่อัปเดต ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินเดิมเพื่อขอใบยืนยันการปิดหนี้

Step 2: สร้าง "เครดิตใหม่" เข้าไปกลบ (Rebuilding)

   ธนาคารไม่ได้มองแค่ว่าคุณ "เคยเสีย" แต่เขามองว่า "ปัจจุบันคุณดีหรือยัง"

  • ลองสมัครบัตรเครดิตแบบใช้เงินฝากค้ำประกัน หรือสินเชื่อส่วนบุคคลวงเงินน้อยๆ
  • จ่ายให้ตรงเวลา เป๊ะทุกงวด เพื่อให้ในรายงานบูโรมีแถบ "สีเขียว" (จ่ายปกติ) ปรากฏขึ้นมาต่อเนื่องกันหลายๆ เดือน

Step 3: เคลียร์หนี้จุกจิกให้หมด (De-leveraging)

   หากคุณมีหนี้บัตรกดเงินสดหรือหนี้ผ่อนสินค้าเล็กๆ น้อยๆ ให้เคลียร์ให้หมดก่อนยื่นกู้ เพื่อให้ค่า DSR (Debt Service Ratio) หรือสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ของคุณดูไม่สูงจนเกินไป

Step 4: เลือกแหล่งเงินกู้ที่ "เข้าใจ" คนเคยติดบูโร

   สถาบันการเงินขนาดใหญ่อาจจะใช้เกณฑ์ตัดสินที่ค่อนข้างตึง แต่ปัจจุบันมีกลุ่ม Non-Bank หรือผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ที่มีนโยบายยืดหยุ่นกว่าและเน้นช่วยเหลือคนทำมาหากิน


ทำไม "มันนี่ฮับ" (MoneyHub) ถึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ?

   หากคุณกำลังมองหา แอปสินเชื่อออนไลน์ ที่ถูกกฎหมาย ปลอดภัย และมีทัศนคติที่เข้าใจคน "เคยมีประวัติ" ผมอยากแนะนำให้ลองพิจารณา มันนี่ฮับ (MoneyHub) เหตุผลที่มันนี่ฮับได้รับความนิยมจากกลุ่มคนที่ต้องการเริ่มต้นใหม่ทางการเงินคือ

  • ความเข้าใจและโอกาส: มันนี่ฮับไม่ได้ใช้เพียงแค่คะแนนบูโรเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำข้อมูลอื่นๆ มาประกอบการพิจารณา (Alternative Data) ทำให้คนที่มีประวัติในอดีตแต่ปัจจุบันมีรายได้ชัดเจน มีโอกาสได้รับอนุมัติมากขึ้น
  • สมัครผ่านแอป 100%: ไม่ต้องไปสาขา ไม่ต้องยื่นเอกสารกระดาษให้วุ่นวาย อยู่ที่ไหนก็สมัครได้
  • ดอกเบี้ยที่เป็นธรรม: ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย มั่นใจได้ว่าดอกเบี้ยไม่บานปลายและเป็นไปตามกฎหมาย
  • โปร่งใส ไม่หมกเม็ด: ทราบผลอนุมัติไว และมีระบบการผ่อนชำระที่ชัดเจน ช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น


เช็กลิสต์ก่อนกด "สมัคร" ให้ผ่านชัวร์

ก่อนจะกดปุ่มยืนยันในแอปสินเชื่อออนไลน์ ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้อีกครั้ง

  1. เอกสารครบไหม: สลิปเงินเดือน 3-6 เดือนล่าสุด รายการเดินบัญชี (Statement) ที่แสดงรายได้สม่ำเสมอ
  2. เบอร์โทรศัพท์ติดต่อได้: ระบบมักจะมีการโทรยืนยันตัวตนหรือที่ทำงาน ต้องมั่นใจว่ารับสายได้ตลอด
  3. กรอกข้อมูลตามจริง: อย่าโกหกเรื่องรายได้หรือหนี้สิน เพราะระบบ AI ของแอปสมัยนี้ตรวจเจอได้ง่ายมาก การให้ข้อมูลจริงจะสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่า


สรุป โอกาสมีไว้สำหรับคนที่เตรียมพร้อม

   การเคย ติดบูโร ไม่ใช่จุดจบของชีวิตทางการเงินครับ มันเป็นเพียง "บทเรียน" ที่บอกให้เราบริหารจัดการเงินให้ดีขึ้น เมื่อคุณปิดบัญชีหนี้เสียแล้ว ประตูแห่งโอกาสจะค่อยๆ เปิดออกอีกครั้ง
   เพียงแค่คุณให้เวลากับตัวเองสักนิด (อย่างน้อย 6-12 เดือน) สร้างประวัติใหม่ให้ดูดี และเลือกสมัครสินเชื่อกับสถาบันที่ให้โอกาสอย่าง มันนี่ฮับ เท่านี้การจะมีเงินทุนมาหมุนเวียนหรือต่อยอดธุรกิจก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
   อยากรู้วงเงินเบื้องต้นหรืออยากเริ่มต้นสร้างเครดิตใหม่ไหมครับ? ลองดาวน์โหลดแอปฯ MoneyHub มาเช็กสิทธิ์และปรึกษาเบื้องต้นได้เลย เพื่อนคนนี้พร้อมสนับสนุนให้คุณกลับมามีชีวิตทางการเงินที่สดใสอีกครั้ง!

คำเตือน: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว เพื่อรักษาเครดิตที่ดีของคุณไว้ในระยะยาว
   หากคุณต้องการให้ผมช่วยตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ หรืออยากให้เปรียบเทียบประเภทสินเชื่อที่เหมาะกับรายได้ของคุณ สามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยนะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้