กลลวง ปลอมเสียง AI ทวงหนี้/หลอกให้โอน แอบอ้างเป็นสินเชื่อออนไลน์

12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กลลวง ปลอมเสียง AI ทวงหนี้/หลอกให้โอน แอบอ้างเป็นสินเชื่อออนไลน์

  ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ความสะดวกสบายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนก็ง่ายขึ้นตามไปด้วย เพียงแค่เสิร์ชคำว่า “สินเชื่อออนไลน์” บนอินเทอร์เน็ต เราจะพบกับตัวเลือกมากมายที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในยามฉุกเฉิน แต่ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ก็กลายเป็นอาวุธชิ้นใหม่ที่มิจฉาชีพนำมาใช้โจรกรรมเงินในกระเป๋าของเราได้อย่างแนบเนียนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
  ล่าสุด กลโกงที่กำลังระบาดหนักและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง คือการใช้เทคโนโลยี AI Voice Cloning หรือการปลอมแปลงเสียงคนรู้จัก เจ้าหน้าที่รัฐ หรือพนักงานธนาคาร เพื่อโทรมาทวงหนี้ หรือหลอกให้โอนเงิน “ค่าค้ำประกัน” โดยแอบอ้างชื่อแอปพลิเคชันหรือบริการสินเชื่อออนไลน์ที่มีชื่อเสียง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงกลไกของกลโกงนี้ พร้อมวิธีรับมือเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ


แกะรอยกลโกง AI Voice Cloning ปลอมเสียงแนบเนียนได้อย่างไร?

  มิจฉาชีพในปัจจุบันไม่ได้ใช้แค่สคริปต์โทรศัพท์ทื่อๆ อีกต่อไป แต่พวกเขายกระดับสู่การเป็น "นักต้มตุ๋นไซเบอร์" ด้วยการใช้ AI เลียนแบบเสียง (Voice Synthesis) ซึ่งกระบวนการนี้ง่ายจนน่าตกใจ มิจฉาชีพสามารถหาไฟล์เสียงต้นแบบของเรา หรือของบุคคลที่น่าเชื่อถือจากคลิปวิดีโอที่เราโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok, Instagram หรือ Facebook จากนั้นนำเข้าโปรแกรม AI เพียงไม่กี่วินาที ระบบก็สามารถสร้างไฟล์เสียงใหม่ที่พูดคำไหนก็ได้ โดยมีน้ำเสียง สำเนียง และจังหวะการพูดเหมือนเจ้าของเสียงตัวจริงถึง 99%
  เมื่อมิจฉาชีพได้เสียงที่ต้องการแล้ว พวกเขาจะนำมาใช้ใน 2 สถานการณ์หลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อออนไลน์ ดังนี้


มุกที่ 1 ปลอมเสียงคนรู้จัก หรือญาติผู้ใหญ่ โทรมาขอยืมเงินไปใช้หนี้สินเชื่อ

  มิจฉาชีพจะโทรหาเหยื่อด้วยน้ำเสียงของลูกหลาน หรือเพื่อนสนิท โดยสร้างเรื่องราวตื่นตระหนกว่า "ตอนนี้เดือดร้อนมาก แอบไปกู้สินเชื่อออนไลน์ไว้แล้วค้างชำระ กำลังจะถูกฟ้องหรือถูกยึดทรัพย์ ขอร้องให้ช่วยโอนเงินไปปิดบัญชีให้ก่อน" ด้วยความที่เสียงเหมือนตัวจริงและสถานการณ์ที่เร่งรีบ ทำให้เหยื่อหลายรายยอมโอนเงินไปให้โดยไม่ได้ตรวจสอบ


มุกที่ 2 ปลอมเสียงเจ้าหน้าที่ แอบอ้างเป็นฝ่ายอนุมัติสินเชื่อออนไลน์

  มิจฉาชีพจะโทรหาเหยื่อที่กำลังมองหาเงินด่วน แล้วอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อออนไลน์ที่ถูกกฎหมาย โดยแจ้งว่า "คุณได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว แต่เนื่องจากคะแนนเครดิตไม่เพียงพอ หรือเป็นผู้กู้รายใหม่ จึงต้องโอนเงินค่าค้ำประกัน หรือค่าธรรมเนียมแรกเข้ามาก่อน 10% - 20% ของยอดกู้ เพื่อเปิดระบบ" เมื่อเหยื่อโอนไป มิจฉาชีพก็จะบล็อกช่องทางการติดต่อทันที


ทำไมเหยื่อถึงแยกไม่ออกปัจจัยทางจิตวิทยาที่มิจฉาชีพใช้

  เหตุผลที่กลโกงนี้ได้ผลสูง ไม่ใช่แค่เพราะเทคโนโลยี AI ที่แนบเนียนเท่านั้น แต่เป็นเพราะมิจฉาชีพเข้าใจจิตวิทยาของมนุษย์เป็นอย่างดี

  • การสร้างความตื่นตระหนก (Urgency) มิจฉาชีพจะเร่งรัดให้โอนเงินภายใน 10-15 นาที อ้างว่าถ้าช้ากว่านี้ระบบจะล็อก หรือจะถูกดำเนินคดี ความเร่งรีบนี้จะไปกดดันสมองส่วนคิดวิเคราะห์ ทำให้เหยื่อตัดสินใจด้วยอารมณ์และความกลัว
  • ความน่าเชื่อถือทางเสียง (Auditory Trust) มนุษย์เรามีความไว้วางใจในเสียงที่คุ้นเคย หรือเสียงที่มีลักษณะสุภาพ น่าเชื่อถือ แบบเจ้าหน้าที่ธนาคาร เมื่อหูได้ยินเสียงที่คุ้นเคย สมองจะลดการป้องกันตัวลงโดยอัตโนมัติ
  • ความลับและการข่มขู่ มักจะบอกเหยื่อว่า "เรื่องนี้เป็นความลับทางราชการทางการเงิน ห้ามบอกใครเด็ดขาด" เพื่อตัดโอกาสไม่ให้เหยื่อได้ปรึกษาคนรอบข้าง


สัญญาณเตือนภัย (Red Flags) แบบไหนที่ใช่ "มิจฉาชีพ" ชัวร์?

  หากคุณกำลังทำเรื่องกู้ยืมสินเชื่อออนไลน์ หรือมีสายลึกลับโทรเข้ามา ให้พึงสังเกตสัญญาณอันตรายเหล่านี้ หากมีข้อใดข้อหนึ่ง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน

  • ต้องโอนเงินก่อนได้รับเงินกู้ ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นค่าค้ำประกัน ค่าธรรมเนียม ค่าแก้ไขเลขที่บัญชี หรือค่าปลดล็อกระบบ สินเชื่อออนไลน์ที่ถูกกฎหมายจะไม่มีการเรียกเก็บเงินใดๆ จากผู้กู้ก่อนทั้งสิ้น หากมีค่าธรรมเนียม ธนาคารจะหักออกจากวงเงินที่จะโอนให้ผู้กู้โดยตรง
  • ให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา (บัญชีม้า) สถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะให้โอนเงินเข้าบัญชีในนามบริษัทหรือธนาคารเท่านั้น จะไม่มีการให้โอนเข้าบัญชี นาย ก. หรือ นาง ข. เด็ดขาด
  • การสนทนามีจังหวะดีเลย์ (Delay) หรือเสียงหุ่นยนต์ แม้ AI จะปลอมเสียงได้เหมือน แต่บางครั้งระบบประมวลผลอาจจะตอบโต้ช้าผิดปกติ หรือมีเสียงซ่า เสียงขาดๆ หายๆ เหมือนเปิดจากโปรแกรม
  • ติดต่อผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ เช่น การทักไลน์ส่วนตัว (Line) ที่ไม่มีเครื่องหมายติ๊กถูกสีเขียว (Verified Account) หรือการโทรศัพท์ด้วยเบอร์ส่วนตัว (0XX-XXXXXXX) แทนที่จะเป็นเบอร์ Call Center 4 หลักของสถาบันการเงิน


5 คาถาป้องกันตัว รู้ทัน AI ปลอมเสียงสินเชื่อออนไลน์

  เพื่อไม่ให้ตัวเองและคนในครอบครัวตกเป็นเหยื่อของเทคโนโลยีหลอกลวงนี้ นี่คือแนวทางปฏิบัติที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

  1. ตั้งสติ และ "วางสายก่อนเสมอ"

      เมื่อเจอสายที่โทรมาทวงหนี้ ขู่เข็ญ หรือขอให้โอนเงินค้ำประกันสินเชื่อออนไลน์ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "ตั้งสติ" อย่าพึ่งเชื่อคำพูดในสาย ให้บอกปลายสายว่ายังไม่สะดวก แล้ววางสายทันที การวางสายจะช่วยหยุดสภาวะตื่นตระหนก และทำให้เรามีเวลาคิดทบทวน
  2. โทรกลับไปยืนยันด้วยเบอร์ที่หาเอง

      หากปลายสายอ้างว่าเป็นญาติหรือเพื่อน ให้วางสายแล้วโทรกลับไปหาบุคคลนั้นด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่คุณบันทึกไว้ในเครื่อง (ห้ามกดโทรกลับจากเบอร์ที่เพิ่งโทรเข้ามา) หรือหากอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน ให้โทรเข้าเบอร์ Call Center หลักของธนาคารนั้นๆ เพื่อตรวจสอบข้อมูล
  3. ตั้ง "รหัสลับ" รู้กันเฉพาะในครอบครัว

      ในยุคที่เสียงก็ปลอมได้ การตั้งรหัสลับ (Safe Word) หรือการถามคำถามเฉพาะตัวที่รู้กันแค่ 2 คนในครอบครัว เป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก เช่น ชื่อสัตว์เลี้ยงตัวแรก สีโปรดของแม่ หรือสถานที่ที่ไปเที่ยวด้วยกันล่าสุด หากปลายสายเป็น AI หรือมิจฉาชีพ พวกเขาจะไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้
  4. ตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมาย

      ก่อนจะสมัครหรือโอนเงินให้สินเชื่อออนไลน์ใดๆ ให้เข้าไปตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแอปพลิเคชัน "CheckTarget" ของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อความมั่นใจ
  5. ห้ามแชร์ข้อมูลส่วนตัวและเสียงลงสาธารณะมากเกินไป

      หลีกเลี่ยงการโพสต์คลิปวิดีโอสั้นที่มีเสียงพูดชัดเจนยาวๆ ลงบนโซเชียลมีเดียแบบสาธารณะ หากไม่จำเป็น และที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามบอกเลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด หรือรหัส OTP แก่ใครทางโทรศัพท์โดยเด็ดขาด

สรุป สติคือเกราะกำบังที่ดีที่สุดในยุค AI

  เทคโนโลยี AI มีทั้งคุณและโทษ ในขณะที่มันช่วยให้เราเข้าถึงสินเชื่อออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบคัดกรองที่ทันสมัย มันก็กลายเป็นเครื่องมือชั้นดีของมิจฉาชีพในการสร้างความแนบเนียนเพื่อหลอกลวงเราเช่นกัน
  จำไว้ว่า "ไม่มีสินเชื่อนอกระบบหรือในระบบใดๆ ที่ถูกกฎหมาย ที่จะเรียกเก็บเงินจากคุณก่อนส่งมอบเงินกู้" ความตระหนักรู้ เท่าทันเทคโนโลยี และการมีสติไม่ตื่นตหนกไปกับเสียงปลายสาย คือเกราะกำบังที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณให้ปลอดภัยจากโลกไซเบอร์ในปัจจุบัน หากพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งสายด่วนศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) โทร. 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้